เว็ปไซต์ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของ มัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโน่ ประเทศญี่ปุ่น
คู่มือแนะนำสำหรับเดินเที่ยวชม(ภาษาอังกฤษ)
สภาพอากาศ

ช้อปปิ้ง(ของฝาก)

ย่านร้านค้า

มัตสึโมโต้เอกิมะเอะ

หรือย่านร้านค้าบริเวณหน้าสถานีรถไฟมัตสึโมโต้ มีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ทั้งขายของที่ระลึกและขนมที่มีจำหน่ายเฉพาะในจังหวัดนากาโน่หรือมัตสึโมโต้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร มากมาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารเกาหลี ร้านขายข้าวแกงกะหรี่ ร้านข้าวหน้าเนื้อ แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น และห้างสรรพสินค้าอยู่หลายแห่ง
อย่างเช่นห้างมิโดริซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ ชั้นล่างสุดและชั้นบนสุดของห้างมิโดริ จะมีร้านขายของที่ระลึกและขนมของฝากจำหน่ายมากมาย

ถนนนาวาเตะ

เพียงแค่เดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำระหว่างทางเดินไปปราสาทมัตสึโมโต้ จะเห็นถนนนาวาเตะอยู่ติดกับป้อมตำรวจ ด้านหน้ามีรูปปั้นกบตั้งอยู่ ถนนเส้นนี้มีบรรยากาศแบบสมัยก่อน มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านขายของเก่า ร้านขายเซ็มเบะ ร้านขายขนมไทยากิ และอื่น ๆ ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งทางเดิน นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าโยฮาชิร่า ที่ผู้คนที่ผ่านไปมาในบริเวณนี้มักแวะเวียนเข้าไปสักการะและขอพรด้วย ในช่วงที่ซากุระบาน จะพบเห็นผู้คนนั่งชมดอกซากุระและถ่ายรูปดอกซากุระบริเวณริมฝั่งแม่น้ำซึ่งมีเทือกเขาแอลป์อันงดงามเป็นฉากหลังได้อีกด้วย

ถนนนากามะจิ

ถนนแห่งนี้เป็นย่านร้านค้าที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน ในปัจจุบันอาคารหลายแห่งก็ยังคงอนุรักษ์ตัวอาคารให้คงสภาพเดิม สองข้างทางของถนนนากามะจิมีร้านอาหารมากมาย ร้านขายสินค้าแฮนด์เมด ร้านขายขนมหวานญี่ปุ่น ร้านขายผักผลไม้ ร้านขายกิโมโน ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาและอื่น ๆ

คุราสิกกัง (ศูนย์คอมมูนิตี้)

อาคารเก่าแก่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโกดังเก็บเหล้าสาเกในสมัยเมจิ ได้ถูกย้ายและปรับปรุงขึ้นใหม่ ปัจจุบันถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะพื้นบ้านและมีพื้นที่สำหรับให้เช่าจัดกิจกรรมต่าง ๆ นับเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะเข้าไปดูเมื่อมาเดินเที่ยวถนนนากามะจิ

ห้างอาริโอ้และบริเวณใกล้เคียง

ภายในห้างอาริโอ้มีทั้งร้านขายเสื้อผ้าบุรุษ สตรี เสื้อผ้าเด็ก ร้านอาหาร ร้านลอฟท์ ร้าน 100 เยนที่อยู่ชั้นบนสุดของห้าง ไปจนถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือร้านขายเครื่องสำอางและน้ำหอมราคาย่อมเยาซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 ของห้างนั่นเอง นอกจากร้านขายยาภายในห้างแล้ว ยังมีร้านขายยาอยู่ที่ตึกข้างห้างอาริโอ้ด้วย

ห้างพาร์โก้

ห้างพาร์โก้เป็นห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ เช่น MUJI, Tommy Hilfiger, Paul Smith, Samantha Vega เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านเค้กและร้านช็อกโกแลต Godiva เป็นต้น นอกจากนี้ชั้นบนยังมีร้านขายเครื่องดนตรี ร้านขายหนังสือขนาดใหญ่อีกด้วย

ร้านดองกิโฮเต้

ที่มัตสึโมโต้มีร้านดองกิโฮเต้อยู่ 1 สาขา สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีมัตสึโมโต้ มาลงที่สถานีมินามิมัตสึโมโต้แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 นาที สินค้าในร้านราคาย่อมเยามีให้เลือกมากมาย ทั้งขนมขบเคี้ยว ของใช้ในชีวิตประจำวัน น้ำหอม เสื้อผ้า เป็นต้น เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00 น. ถึงตี 4 ของทุกวัน

ร้านขายของแบรนด์เนมมือ 2

หากคุณกำลังมองหาสินค้าแบรนด์เนมมือ 2 อยู่ละก็ ที่มัตสึโมโต้ก็มีร้านขายของแบรนด์เนมมือ 2 ราคาไม่แพงอยู่หลายแห่ง เช่น บริเวณข้างห้างพาร์โก้จะมีร้านเล็ก ๆ ขายกระเป๋า รองเท้ามือสองและเสื้อผ้าเป็นส่วนมาก ส่วนที่ร้านรีไซเคิลช็อป Hard Off ตรงสถานีฮิราตะก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยแวะเวียนมาซื้อสินค้าเช่นกัน Hard Off เป็นร้านขนาดใหญ่ ขายทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักพันเยนไปจนถึงหลายหมื่นเยนตามสภาพของสินค้า นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้ามือสอง ของเล่นเด็ก จักรยาน เครื่องดนตรี เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน และสินค้าอื่น ๆ ให้เลือกมากมาย

ห้างอีอ้อน

คาตากุระมอลล์ได้ปิดให้บริการไปตั้งแต่ปี 2016 และได้มีการสร้างห้างอีอ้อนขึ้นมาใหม่จะเปิดให้บริการช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 นี้ ภายในประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้าน 100 เยนและร้านค้าอื่น ๆ อีกมากมาย จากถนนนากามะจิเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10 นาที ห้างอยู่ทางด้านซ้ายมือ

งานหัตถกรรม

เขตปราสาทมัตสึโมโต้มีสินค้าหัตถกรรมมากมายหลายประเภท ทักษะฝีมือและความชำนาญของช่างที่ผลิตได้รับการถ่ายทอดสานต่อกันรุ่นแล้วรุ่นเล่า

มัตสึโมโต้ เทะมาริ (ลูกบอลที่ทำด้วยด้ายของญี่ปุ่น)

เล่ากันว่าลูกบอลแบบนี้เริ่มทำขึ้นโดยครอบครัวซามูไรกลางสมัยเอโดะ ต่อมาฝีมือและความประณีตในการผลิตบอลจากผ้าได้แปรเป็นงานทอด้วยด้ายสีสดใสประสานกันเช่นสีแดง เหลือง เขียวและสีฟ้าเป็นต้น

โอชิเอบินะ (การผลิตเสื้อผ้าตุ๊กตา)

โอชิเอบินะเป็นตุ๊กตาญี่ปุ่นที่แสดงบทบาทที่พรรณาไว้ในนิทานหรือตำนานดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ละครคะบุกิ” (ละครเพลงของญี่ปุ่น) ตุ๊กตาเหล่านี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษตั้งแต่ปีที่เริ่มมีบันทึกไว้เป็นหนังสือในปี 1843

นอกจากนี้ ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น เครื่องเขินและไม้แกะสลักก็เป็นงานฝีมือที่ขึ้นชื่อของมัตสึโมโต้อีกด้วย